วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

สกินเนอร์


ทฤษฎีการเรียนรู้ของ บี เอฟ สกินเนอร์

 

 

 


 


 

      ทฤษฎีการเรียนรู้ของ บี เอฟ สกินเนอร์ B.F. Skinner ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขการกระทำทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขการกระทำ พัฒนาขึ้นโดย บี เอฟ สกินเนอร์ (B.F. Skinner, 1904-1990) มีแนวความคิดพื้นฐานว่า พฤติกรรมของมนุษย์ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเงื่อนไขการเสริมแรงและลงโทษการเสริมแรงมี 2 ประเภท คือ


 

1.การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement)

2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement)


 


 


 

การเสริมแรงทางบวก


 

   เป็นการกระทำชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจกับผู้เรียนและความพึงพอใจนั้นทำให้เกิดการตอบสนองที่ต้องการมากครั้งขึ้นหรือตอบสนองอย่างเข้มข้นขึ้น เช่น การให้อาหาร คำชมเชย ของขวัญ ฯลฯ


 

การเสริมแรงทางลบ


 

     เป็นการพยายามทำให้เกิดการตอบสนองเพิ่มขึ้น หรือเข้มข้นขึ้น โดยการกำจัดสิ่งเร้าที่ไม่พึงประสงค์ออกไป เช่น การกำจัดเสียงดัง การลดการลงโทษ การลดการดุด่า เป็นต้นการลงโทษ (Punishment)การลงโทษจะให้ผลตรงกันข้ามกับการเสริมแรง กล่าวคือ การเสริมแรงเป็นการทำให้การตอบสนองเพิ่มมากขึ้น แต่การลงโทษเป็นการทำให้การตอบสนองลดน้อยลง การลงโทษทำโดยการให้สิ่งเร้าที่ไม่พึงประสงค์หรือสิ่งเร้าที่เป็นภัย ในทันทีทันใดหลังจากการแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีหรือไม่ต้องการออกมา


 

     ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบการกระทำนั้น พฤติกรรมหรือการตอบสนองจะขึ้นอยู่กับการเสริมแรงเป็นสำคัญการเสริมแรง พฤติกรรมดำเนินไปอย่างซ้ำ ๆ สม่ำเสมอพฤติกรรมการทำโทษ พฤติกรรมจะค่อย ๆ ลดลง

การทดลองของพาฟลอฟ

พาฟลอฟ ( Ivan Pavlov )


พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้
พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ (Learned behavior) เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้โดยอาศัยประสบการณ์หรือการเรียนรู้ของสัตว์ พฤติกรรมแบบส่วนนี้ส่วนใหญ่พบในสัตว์ชั้นสูงที่มีระบบประสาทที่เจริญดี แต่ในสัตว์ชั้นต่ำบางชนิดก็สามารถแสงดพฤติกรรมประเภทนี้ได้ พฤติกรรมประเภทนี้สามารถแบ่งย่อยออกเป็นแบบต่างๆได้ดังนี้
พฤติกรรมการเรียนรู้แบบแฮบบิชูเอชัน ( Habituation ) เป็นพฤติกรรมที่สัตว์หยุดตอบสนองต่อสิ่งเร้าเดิม แม้จะยังได้รับการกระตุ้นอยู่ เนื่องจากสัตว์เรียนรู้แล้วว่าสิ่งเร้านั้นไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของตัวเอง เช่น
- การที่นกลดอัตราการบินหนีหุ่นไล่กา
- การเลิกแหงนมองตามเสียงเครื่องบินของสุนัขที่อาศัยอยู่แถวสนามบิน

ภาพ สุนัขและหมีคุ้นเคยกับคน

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข ( Conditioning )
เป็นพฤติกรรมการตอบสนองสิ่งเร้าที่ไม่แท้จริงได้เช่นเดียวกับสิ่งเร้าที่แท้จริง เช่น
- การทดลองของ อีวาน พาฟลอฟ ( Ivan Pavlov ) นักสรีรวิทยาชาวรัสเซีย เป็นการทดลองว่า สุนัขหลั่งน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง (สิ่งเร้าที่ไม่แท้จริง)
1. ก่อนการเรียนรู้ ให้อาหาร (สิ่งเร้าที่แท้จริง) สุนัขน้ำลายไหล
2. ระหว่างการเรียนรู้ ให้อาหาร (สิ่งเร้าที่แท้จริง) สุนัขน้ำลายไหล พร้อมสั่นกระดิ่ง (สิ่งเร้าที่ไม่แท้จริง)
3. หลังการเรียนรู้ สั่นกระดิ่ง (สิ่งเร้าที่ไม่แท้จริง) สุนัขน้ำลายไหล
- การฝึกสัตว์เลี้ยงที่บ้านให้แสนรู้ ฝึกสัตว์ไว้ใช้งาน ฝึกสัตว์แสดงละคร ล้วนมีพื้นฐานมาจากพฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขทั้งสิ้น
ภาพ อีวาน พาฟลอฟ ( Ivan Pavlov )
ภาพ การทดลองพฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข



พฤติกรรมการเรียนรู้แบบฝังใจ ( Imprinting ) เป็นพฤติกรรมที่ตอบสนองสิ่งเร้าในช่วงแรกของชีวิตด้วยการจดจำสิ่งเร้าต่างๆได้ เช่น
- การที่สัตว์ต่างๆ เดินตามแม่ เพราะเป็นสิ่งแรกที่เห็นเมื่อเกิดมาคือแม่
- ตัวอ่อนของแมลงหวี่ที่ฟักออกมาจากไข่จะผูกพักกับกลิ่นของพืชที่แม่แมลงหวี่วางไข่ไว้ และเมื่อโตขึ้นเต็มวัยก็จะมาวางไข่บนพืชชนิดนั้น
- ปลาแซลมอนจะฝังใจต่อกลิ่นที่ได้สัมผัสเมื่อออกจากไข่ เมื่อโตขึ้นถึงช่วงวางไข่ก็จะว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่ยังบริเวณแหล่งน้ำจืดที่เคยฟักออกจากไข่
ภาพ:: ลูกเป็ดเดินตามแม่ตนเองตามธรรมชาติ



ภาพ:: การฝังใจของลูกสัตว์ที่คิดว่าคนคือพ่อแม่ของตนจึง
เดินตามพวกเขาตลอดเวลา

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก ( Trial and Error )
เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกโดยการให้สัตว์มีการทดลองก่อน โดยไม่รู้ว่าผลดีหรือไม่ ผลของการตอบสนองจะทำให้สัตว์เกิดการเรียนรู้ที่เลือกตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นผลดีหรือพอใจเท่านั้น
- การเดินในทางวกวนไปหาอาหารของหนู และหนูสามารถเดินทางไปหาอาหารและหาทางออกได้ในระยะเวลาอันสั้น หลังจากที่ได้ทดลองเดินมาก่อน
- การเลือกทางเดินของไส้เดือนที่อยู่ในกล่องรูปตัว T โดยมีด้านหนึ่งที่มืดและชื้น กับอีกด้านหนึ่งที่มีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ซึ่งไส้เดือนที่ผ่านการฝึกมาแล้ว จะสามารถเลือกทางที่ถูกต้องได้ถึงประมาณร้อยละ 90
- เด็กเอามือไปจับยากันยุงที่ร้อน เมื่อเกิดการเรียนรู้จะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก

       ภาพ การทดลองพฤติกรรมการลองถูกลองผิด



พฤติกรรมการเรียนรู้แบบใช้เหตุผล ( Reasoning ) เป็นพฤติกรรมที่แสงดออกโดยใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ โดยไม่ต้องทดลองทำ ซึ่งเป็นการใช้ประสบการณ์หลายอย่างในอดีตมาช่วยในการแก้ปัญหาสถานการณ์ใหม่ในครั้งแรก เช่น
- การทดลองของโคเลอร์ ( W. Kohler ) เกี่ยวกับการแก้ปัญหาของลิงชิมแพนซี
- การใช้เหตุผลของคนในการแก้ปัญหาต่างๆ
ภาพ พฤติกรรมการใช้เหตุผลของลิง

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555






กลุ่มที่1

ทฤษฎีพัฒนาการของฟรอยด์

ทฤษฎีพัฒนาการของฟรอยด์
(ค.ศ.1856-1939)
ประวัติของฟรอยด์
... • ซิกมันฟรอยด์ (ค.ศ.1856-1939) เป็นนักประสาทวิทยา
• ชาวออสเตรเลีย
• ผู้ก่อตั้งแนวคิดจิตวิเคราะห์
ประวัติ (ต่อ)
ฟรอยด์เกิดที่แคว้นโมราเวีย พออายุ3ขวบก็ย้ายไปอยู่เมืองเวียนนา เขาเข้าศึกษาที่สำนักการแพทย์มหาลัยเวียนนา ตอนอายุ17ปี เขาสนใจการศึกษาหลากหลายสาขา แต่เขาสนใจการวิจัยประสาทวิทยาเป็นหลัก
แนวคิด
เชื่อว่าเพศหรือกามารมณ์ เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาของมนุษย์
โครงสร้างของบุคลิกภาพ
1. สัญชาตญาณ (id)
2. อัตตา(ego)
3. อภิอัตตา(Superego)
ลำดับขั้นพัฒนาของ ฟรอยด์
1. ขั้นพึงพอใจทางปาก (Oral stage)
2. ขั้นพึงพอใจอยู่ที่ทวารหนัก (Anal stage )
3. ขั้นสนใจอวัยวะเพศของตน ( Phallic)
4. สติปัญญาและสังคม (Latency)
5. วัยรุ่น (Genital stage )
1.ขั้นพึงพอใจทางปาก
ตั้งแต่แรกเกิดถึงประมาณ 1-2 ปี เด็กจะชอบ ดูด กัด อม เช่น ดูดนม กัดแทะของเล่น ดูดนิ้ว เล่นน้ำลาย และทำเสียงต่าง ๆ
ถ้าถูกขัดขวางจะเกิด Oral fixation เมื่อโตขึ้นจะเกิดการพูดมาก ชอบนินทา ฯลฯ
2.ขั้นพึงพอใจอยู่ทีทวารหนัก
อยู่ในช่วงอายุ 2-3 ปี ระยะนี้เด็กจะพึงพอใจกับการขับถ่าย การฝึกการขับถ่ายควรทำค่อยเป็นค่อยไปด้วยความอ่อนโยนอย่าบังคับ ถ้าเกิดการติดตรึงจะทำให้ เป็นพวกชอบสะสมของ หวงของ ต่อต้านกฎระเบียบ
3.ขั้นสนใจอวัยวะเพศของตน
อยู่ระหว่าง 3-5 ปี เด็กจะมีความพึงพอใจกับการได้สัมผัสอวัยวะเพศของตนเองถ้าไม่ได้รับการตอบสนองจะเกิดความแปรปรวนทางเพศขึ้นในวัยผู้ใหญ่
ชาย = ปมออดิปุส หญิง = ปมอิ

4.ขั้นสติปัญญาและสังคม
อายุ 6 -12 ปี ระยะนี้จะเป็นระยะพักเด็กจะเริ่มแสวงหาบทบาทที่เหมาะสมให้กับตนเอง ชอบเล่นในกลุ่มเพศเดียวกัน เล่นกีฬา เล่นเกม และกิจกรรมต่าง ๆที่ต้องใช้สติปัญญา
5.วัยรุ่น
อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ถ้าเด็กผ่านขั้นอวัยวะเพศไปได้อย่างราบรื่น เด็กจะแสดงบทบาทความเป็นชายและหญิงตรงตามเพศของตน

จัดทำโดย
นางสาวนัสยารี หีมหมัน รหัสนักศึกษา 405410081
นางสาวปัทมา กูแดหวา รหัสนักศึกษา 405410097 นายสุเมธ หมาดรา รหัสนักศึกษา 405410105